| แบนเนอร์ขนาด 728x90 ติดต่อ 087-0775694 |
|
"สุวัจน์"ชี้แก้รธน.แล้วเกิดความขัดแย้งให้ยุติเชื่อไม่นำสู่ความแตกแยก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา และแกนนำพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ได้มีการจัดงานเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 55 ปี โดยมีนักการเมือง นักธุรกิจและบุคคลในแวดวงกีฬาและส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา มาร่วมอวยพรอย่างคับคั่ง อาทิ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา นายสุวัจน์ กล่าวว่า ของขวัญวันเกิดที่อยากได้มากที่สุดคืออยากให้บ้านเมืองสงบสุข และอยากเห็นการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลสำเร็จลุล่วงไปได้ แนวโน้มในเรื่องเศรษฐกิจดีขึ้นมาก หากรัฐบาลมีเสถียรภาพก็จะเป็นสิ่งดีในการแก้ปัญหาประเทศ ประชาชนก็จะมีความสุข ตนก็ขอเป็นกำลังใจให้กับรัฐบาลทำงานไปได้ด้วยดี ส่วนในอนาคตจะกลับมาเล่นการเมืองอีกหรือไม่นั้น ยังบอกไม่ได้ เพราะยังเหลือเวลาอีก 2 ปี ปัจจุบันการเมืองเป็นของคนรุ่นที่ 3 สำหรับตนถือว่าเป็นรุ่นที่ 2 ขอดูอย่างห่าง ๆ ถ้าบ้านเมืองเรียบร้อยก็คงปล่อยให้รุ่นต่อๆไปทำงาน อย่างไรก็ตามหากเห็นว่าตนยังมีประโยชน์ก็พร้อมกลับเข้ามาทำงาน ผู้สื่อข่าวถามว่า มองเสถียรภาพรัฐบาลในขณะนี้อย่างไร นายสุวัจน์ กล่าวว่า ยังไม่ได้เสียหายอะไรมาก แต่อาจมีความรู้สึกมองต่างมุมในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ภาพที่ออกมาจึงดูมีความขัดแย้ง แต่คิดว่าคงไม่ทำไปสู่ความแตกแยกและไม่กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ซึ่งเสถียรภาพรัฐบาลสำคัญมาก ต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทั้งนี้ตนอยากให้รัฐบาลมีเสถียรภาพให้มากที่สุด เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจกับนักลงทุนเมื่อถามว่าหากไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญแล้วจะเป็นอย่างไร มองว่าประเด็นเรื่องรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องเป็นเรื่องตายของประเทศ จึงไม่ควรนำเรื่องนี้ไปสู่ความขัดแย้ง หากแก้แล้วทำให้เกิดความขัดแย้ง ก็ควรยุติแล้วกลับมาสู่จุดเดิม เพราะถ้าเริ่มต้นแล้วขัดแย้งกันก็อาจไปไม่ถึงจุดหมาย ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่ประเด็นที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งของรัฐบาล ผู้สื่อข่าวถามว่า พร้อมเป็นแกนกลางที่จะประสานความเข้าใจระหว่างพรรคร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องรัฐธรรมนูญหรือไม่ " นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคกิจสังคมเป็นผู้ประสานอยู่แล้ว เชื่อว่ารัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่จะทำความเข้าใจกันตรงนี้ต้องพูดคุยทำให้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องของสภาที่จะผ่านหรือไม่ผ่าน ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ดังนั้นรัฐบาลควรเป็นปึกแผ่น ทุกคนเป็นห่วงเหมือนกับภายในรัฐบาลมีปัญหากัน คลุมเครือไม่ชัดเจนต่อข้อถามที่ว่าห่วงสถานการณ์ในการตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6หมื่นล้านในวันที่ 26 ก.พ.นี้หรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวยอมรับว่า รู้สึกเป็นห่วง เหตุการณ์ทั้งในและนอกประเทศ รุมเร้าไปหมด ไม่ใช่เฉพาะเหตุการณ์ในวันที่ 26 ก.พ.เท่านั้น ดังนั้นถ้าสามารถทำความเข้าใจก็จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น " ข่าวด่วนอื่นๆ
|
ค้นหา
ข่าวย้อนหลัง
B1
300x250 |