ปชป.อัดเสื้อแดงใช้ความรุนแรงเข้าข่ายก่อการร้าย
นายแพทย์บูรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีการส่งสัญญาณในหลายส่วนที่จะบ่งบอกถึงความรุนแรง วุ่นวายที่จะเกิดขึ้นในสังคม ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตุกับการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ทวิสเตอร์มา ด้วยข้อความที่ตรงกันข้ามกับการเคลื่อนไหวของเครือข่ายของ พ.ต.ท.ทักษิณฯ โดยอ้างว่าจะนำพาประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย และยึดแนวทางการไม่ใช้ความรุนแรงของมหาอตมะคานธีนั้น ตนเห็นว่าพฤติกรรมที่หนีคดีไปต่างประเทศ และชักใยให้บ้านเมืองวุ่นวาย เพื่อให้ตนเองพ้นผิด และขณะเดียวกันยังสนับสนุนให้ประชาชนทำผิดกฎหมายก่อการจราจล เผาบ้านเผาเมืองนั้น ตนอยากถามว่าพฤติกรรมดังกล่าวนั้นเกี่ยวข้องอะไรกับการทวงคืนประชาธิปไตย และการสร้างความวุ่นวาย รุนแรงให้กับประเทศนั้น เป็นพฤติกรรมของผู้มีอหิงสาจริงหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สังคมควรจะใช้วิจารณญาณในการพิจารณา การที่เครือข่ายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาพูดส่งสัญญาณแห่งความรุนแรงอย่างชัดเจนในหลายส่วน ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวในรูปแบบของผู้ก่อการร้ายมากว่าจะอ้างว่าเป็นนักประชาธิปไตย
ขณะเดียวกันกรณีที่ พล.ต.ขัติยะ สวัสดิผล ออกมาพูดจาในลักษณะที่สร้างความ หวาดกลัวให้กลับสังคมแล้ว ยังส่อให้เห็นว่าจิตในผู้นั้นไม่สมประกอบ ตนคิดว่าพฤติกรรมดังกล่าวนั้นแสดงให้เห็นชัดว่าบุคคลนี้ขาดความยับยั้งสติ และมีพฤติกรรมนิยมความรุนแรง และเป็นภัยต่อสังคมอย่างชัดแจ้ง ภาครัฐไม่ควรจะให้บุคคลที่อาจจะทำอันตรายต่อผู้อื่นนั้น อยู่ร่วมกับสังคมตามปกติ แต่ควรจะดำเนินการตามกฎหมายโดยด่วน ขณะเดียวกันมาตรการสร้างความมั่นใจให้ประชาชนควรจะขยายผลไปสู่กลุ่มบุคคลอื่น ที่มีพฤติกรรมเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ที่อุดรธานี ที่นายขวัญชัย ได้มีการพูดจาชัดจูงระหว่างการประชุมของอดีตนายทหารพรานค่ายปักธงชัยว่า ให้เตรียมเอาน้ำมันใส่ขวดเพื่อเผาศาลกลางจังหวัด โดยอ้างเหตุการปฏิวัตินั้น สิ่งนี้ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวให้เกิดความรุนแรงเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันก็อยากให้ภาครัฐเร่งรัดดำเนินการต่อการปลุกระดมโดยใช้วิทยุชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวโดยใช้คลื่นความถี่ของรัฐเพื่อสร้างความแตกแยกในสังคมไทย